Member Reguration
 
Content

Louisiana Jones Act Injuries
(since December 8, 1999)

 


       

คุณสมบัติของสมาชิก: ใบสมัครเข้าเป็นสมาบิก tsma.doc
ใบสมัคร: ใบสมัครเข้าเป็นสมาบิก tsma.doc
 
 

ข้อบังคับ
ของ
สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ใยสังเคราะห์

หมวดที่ 1
บททั่วไป

ข้อ 1. ชื่อสมาคม สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ใยสังเคราะห์” ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า THE THAI SYNTHETIC FIBER MANUFACTURERS’ ASSOCIATION

ข้อ 2. สำนักงานของสมาคม สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่เลขที่ 128/111 อาคารพญาไทพลาซา
ชั้น 9 ห้องเอ็ม ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

ข้อ 3. ตราของสมาคม

หมวดที่ 2
วัตถุประสงค์

ข้อ 4. วัตถุประสงค์ของสมาคม วัตถุประสงค์ของสมาคมนี้มีดังนี้
1. ส่งเสริมและสนับสนุนการประกอบวิสาหกิจ และอุตสาหกรรมใยสังเคราะห์และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมใยสังเคราะห์
2. สนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิกในการแก้ไขอุปสรรค และข้อขัดข้องต่างๆ ในการประกอบวิสาหกิจทางอุตสาหกรรมใยสังเคราะห์ และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมใยสังเคราะห์
3. ทำการวิจัยและให้คำแนะนำ แลกเปลี่ยน เผยแพร่ความรู้ในทางเทคนิคและด้านวิชาการ ตลอดจนความรู้ข่าวสารการค้า เพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิกหรือบุคคลที่สนใจ
4. ร่วมมือกับทางรัฐบาลในการส่งเสริมและปรับปรุงอุตสาหกรรมใยสังเคราะห์ ให้ความช่วยเหลือแก่อุตสาหกรรมขนาดเล็ก อุตสาหกรรในครอบครัว ตลอดจนร่วมมือกับรัฐบาลในการแก้ไขอุปสรรคทุกด้าน ไม่ว่าเกี่ยวกับการผลิต การค้ากับต่างประเทศ รวมทั้งปฏิบัติกิจการอื่นๆ ตามที่ราชการมอบหมาย
5. ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดการค้า เพื่อประโยชน์แก่การค้า และเศรษฐกิจของประเทศ
6. ส่งเสริมความร่วมมือ ความสามัคคี การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสมาชิก วินิจฉัยและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเกี่ยวกับการค้าที่เกิดขึ้น รวมทั้งการแรงงานสัมพันธ์
7. สมาคมการค้านี้ไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะดำเนินการในทางการเมือง

หมวดที่ 3
สมาชิกและสมาชิกภาพ

ข้อ 5. ประเภทของสมาชิก สมาชิกของสมาคมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. สมาชิกสามัญ ได้แก่ นิติบุคคล ซึ่งประกอบอุตสาหกรรมผลิตใยสังเคราะห์ และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมใยสังเคราะห์ในประเทศไทย และได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
2. สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ซึ่งประกอบวิสาหกิจอันเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ใยสังเคราะห์
3. สมาชิกกิติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือเป็นผู้มีอุปการะคุณแก่สมาคมและคณะกรรมการสมาคมได้ลงมติเชิญเข้าเป็นสมาชิกกิติมศักดิ์

ข้อ 6. การสมัครเข้าเป็นสมาชิก ผู้สมัครเป็นสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกวิสามัญของสมาคม ต้องยื่นใบสมัครต่อเลขาธิการสมาคม ตามแบบที่สมาคมได้กำหนดไว้ โดยมีสมาชิกสามัญของสมาคมอย่างน้อย 2 นาย ลงลายมือชื่อรับรองความประพฤติ

ข้อ 7. การพิจารณาคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก เมื่อเลขาธิการสมาคมได้รับใบสมัครแล้ว ให้พิจารณาว่าผู้สมัครนั้นได้ปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับของสมาคมหรือไม่ เมื่อเห็นว่าเป็นการถูกต้องตามข้อบังคับแล้วให้เลขาธิการสมาคมส่งหนังสือเวียนไปยังสมาชิกทุกคน เพื่อการคัดค้านภายใน 15 วัน นับจากวันที่ส่งหนังสือดังกล่าว ถ้าไม่มีผู้ใดคัดค้าน ให้เลขาธิการสมาคมนำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการสมาคมเพื่อพิจารณารับเข้าเป็นสมาชิก เมื่อคณะกรรมการลงมติรับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้เลขาธิการสมาคมแจ้งเรื่องการรับเข้าเป็นสมาชิกให้ผู้สมัครนั้นทราบโดยพลัน ผู้สมัครจะต้องนำเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงมาชำระภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการรับเข้าเป็นสมาชิก

ถ้าคณะกรรมการสมาคมพิจารณาแล้ว ลงมติไม่รับผู้นั้นเข้าเป็นสมาชิก หากผู้สมัครผู้นั้นยังมีความประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกอยู่ ให้มีสิทธิ์อุทธรณ์มติเช่นว่านั้น 1 เดือน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งว่าไม่รับเข้าเป็นสมาชิก มติของคณะกรรมการในครั้งนี้ให้เป็นที่สิ้นสุด

ในชั้นอุทธรณ์นี้ จะต้องมีสมาชิกสามัญอย่างน้อย 3 นาย ลงลายมือชื่อรับรองความประพฤติ นอกนั้นให้นำความในวรรค 1 และ 2 มาใช้บังคับ โดยอนุโลมเกี่ยวกับแบบการยื่นอุทธรณ์

ข้อ 8. วันเริ่มสมาชิกภาพ สมาชิกภาพของสมาคม เว้นแต่ในกรณีของสมาชิกกิติมศักดิ์ ย่อมมีขึ้นนับแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงครบถ้วนแล้ว

ข้อ 9. สมาชิกที่เป็นนิติบุคคล สมาชิกที่เป็นนิติบุคคล จะต้องแจ้งชื่อผู้แทนของนิติบุคคลให้สมาคมทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่เกิน 3 นาย เพื่อเป็นผู้แทนใช้สิทธิแทนนิติบุคคลที่เป็นสมาชิก การใช้สิทธิตามข้อบังคับนี้เป็นกิจการเฉพาะตัวของผู้แทนจะมอบอำนาจหรือแต่งตั้งผู้แทนช่วงไม่ได้

ข้อ 10. สิทธิของสมาชิก
1. มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือและการสงเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคม จากสมาคมเท่าที่จะอำนวยได้
2. มีสิทธิที่จะเสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อสมาคม หรือคณะกรรมการสมาคม ในเรื่องใดๆ อันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อนำมาซื้อความเจริญรุ่งเรืองของสมาคม
3. มีสิทธิที่จะเข้าประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็น ซักถามกรรมการ เสนอญัตติในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือในการประชุมใหญ่วิสามัญ
4. สมาชิกสามัญเท่านั้น มีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือในการประชุมใหญ่วิสามัญ หรือในการรับเลือกตั้งเป็นกรรมการของสมาคม
5. มีสิทธิที่จะขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมได้ โดยยื่นคำขอนั้นไปยังคณะกรรมการสมาคมเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อ 11. หน้าที่ของสมาชิก
1. จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งของสมาคม มติของที่ประชุมใหญ่และมติของคณะกรรมการสมาคมโดยเคร่งครัด
2. ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการของสมาคมให้เจริญรุ่งเรือง และมีความก้าวหน้าอยู่เสมอ
3. ชำระค่าบำรุงให้แก่สมาคมตามกำหนด
4. ดำรงเกียรติและผลประโยชน์ส่วนได้ส่วนเสียของสมาคม

ข้อ 12. การขาดสมาชิกภาพ สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลงเมื่อ
1. ตายหรือสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคล
2. ลาออก
3. เลิกประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรมที่ได้จดทะเบียนไว้เมื่อเข้าเป็นสมาชิก
4. เป็นบุคคลล้มละลาย
5. เป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือผู้เสมือนไร้ความสามารถ
6. ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
7. คณะกรรมการลงมติให้ถอนชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของคะแนนเสียง ตามข้อ 20

หมวดที่ 4
ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุง

ข้อ 13.
(ก) ให้เก็บค่าลงทะเบียนเป็นสมาชิกสามัญ หนึ่งหมื่นบาท และค่าสมาชิกวิสามัญ สี่พันบาท
(ข) ให้คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดค่าบำรุงสมาคมประจำปี และระยะเวลาที่จะเรียกเก็บจากสมาชิกสามัญ และสมาชิกวิสามัญ
(ค) สมาชิกกิติมศักดิ์ไม่จำเป็นต้องชำระค่าลงทะเบียน หรือค่าบำรุงแต่อย่างใด
(ง) ไม่ว่ากรณีใดๆ ค่าลงทะเบียนหรือค่าบำรุงสมาคม ซึ่งสมาชิกได้ชำระให้แก่สมาคมตามความในข้อ (ก) หรือ (ข) แล้ว สมาคมย่อมไม่จำต้องคืนให้แก่สมาชิก

หมวดที่ 5
คณะกรรมการสมาคม

ข้อ 14. การเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคม ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง มีจำนวนไม่น้อยกว่า 6 คน และไม่เกิน 24 คน ซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งมาจากผู้แทนของสมาชิกสามัญตามข้อ 9 สมาชิกละไม่เกิน 2 คน

กรรมการอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี
ในกรณีที่คณะกรรมการสมาคมออกจากตำแหน่งตามวาระ ให้คณะกรรมการสมาคมซึ่งพ้นจากตำแหน่งคงบริหารกิจการของสมาคมต่อไปจนกว่าจะได้ส่งมอบกิจการให้แก่คณะกรรมกาสมาคมที่ได้รับเลือกตั้งใหม่
กรรมการซึ่งได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว อาจได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ให้เป็นกรรมการต่อไปอีกก็ได้

ข้อ 15. การดำรงตำแหน่งต่างๆ ในคณะกรรมการสมาคม ให้คณะกรรมการสมาคมเลือกตั้งกันเองเพื่อดำรงตำแหน่งนายกสมาคม อุปนายกสมาคม เลขาธิการสมาคม เหรัญญิกสมาคม และตำแหน่งอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการสมาคมจะเห็นสมควร

ข้อ 16. กรณีตำแหน่งว่างลงก่อนครบกำหนดออกตามวาระ คณะกรรมการสมาคมอาจแต่งตั้งผู้แทนของสมาชิกสามัญให้ดำรงตำแหน่งแทนได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ที่ตนแทน

ข้อ 17. องค์ประชุมในการประชุมของคณะกรรมการสมาคม การประชุมคณะกรรมการสมาคมเป็นสิทธิเฉพาะตัวจะมอบให้ผู้ใดแทนมิได้ และในการประชุมจะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

ข้อ 18. ประธานในที่ประชุมคณะกรรมการสมาคม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสมาคมทำหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกและอุปนายกไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งที่ร่วมประชุมเป็นประธานเฉพาะการประชุมคราวนั้น

ในกรณีที่ดำเนินการประชุมโดยประธานเฉพาะการประชุมอยู่ ตามความในวรรคก่อน และนายกสมาคมหรืออุปนายกสมาคมเข้ามาร่วมประชุมในเวลาต่อมา ให้คืนตำแหน่งประธานของที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมแก่นายกสมาคมหรืออุปนายกสมาคมแล้วแต่กรณี

ข้อ 19. อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการสมาคม คณะกรรมการสมาคมมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
1. มีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการของสมาคม ตามวัตถุประสงค์ของสมาคมและตามมติของที่ประชุมใหญ่
2. มีอำนาจแต่งตั้งสมาชิกขึ้นเป็นอนุกรรมการได้ ทั้งให้มีอำนาจถอดถอน กำหนดหน้าที่ วางระเบียนวิธีดำเนินงานของคณะอนุกรรมการ
3. มีอำนาจแต่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการสมาคม
4. มีอำนาจจ้างเจ้าหน้าที่ตามความจำเป็นเพื่อช่วยเหลือในงานบริหารธุรการของสมาคม

ข้อ 20. วิธีออกเสียงและลงคะแนนในที่ประชุมคณะกรรมการสมาคม กรรมการคนหนึ่งมีสิทธิออกเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ากรรมการที่เป็นผู้แทนของสมาชิกสามัญรายเดียวกันมีหลายคน ให้มีสิทธิออกเสียงได้เพียง 1 เสียง

ข้อ 21. การพ้นจากตำแหน่งกรรมการสมาคม กรรมการของสมาคมย่อมพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
1. ครบกำหนดออกตามวาระ
2. ตาย
3. ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการสมาคม
4. ขาดจากสมาชิกภาพ
5. พ้นจากการเป็นผู้แทนของสมาชิกสามัญซึ่งเป็นนิติบุคคล
6. ขาดการประชุมคณะกรรมการสมาคม 3 ครั้งติดต่อกัน โดยไม่แจ้งให้คณะกรรมการสมาคมทราบ
7. ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
8. ต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ.2509
9. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้ออกตามความในมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ.2509

หมวดที่ 6
การประชุมใหญ่

ข้อ 22. กำหนดการประชุมใหญ่ กำหนดการประชุมใหญ่มีดังนี้
1. ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละครั้ง ก่อนวันที่ 30 เดือนเมษายน ของทุกปี
2. ถ้ามีเหตุใดเหตุหนึ่งซึ่งคณะกรรมการสมาคมเห็นสมควร หรือสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด แสดงความจำนงที่จะให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการสมาคม ให้คณะกรรมการสมาคมเรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแสดงความจำนงจะต้องระบุข้อความแจ้งแสดงเหตุ เพื่อการใดที่จะขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญนี้

ข้อ 23. การส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมใหญ่ คณะกรรมการสมาคมจะต้องส่งหนังสือบอกกล่าวถึงวัน เวลา สถานที่และระเบียบวาระการประชุมใหญ่ ไปให้สมาชิกทุกคนได้ทราบ โดยส่งจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ของสมาชิกที่ปรากฏอยู่ในทะเบียนสมาชิก หรือส่งให้ถึงตัวสมาชิกก่อนวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 7 วัน

ในกรณีที่เป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ให้คณะกรรมการส่งสำเนางบดุล ซึ่งผู้สอบบัญชีของสมาคมได้ตรวจสอบแล้วและรายงานกิจการประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมในรอบปีที่ผ่านมาไปด้วย

ข้อ 24. องค์ประชุมใหญ่การประชุมใหญ่ ในการประชุมใหญ่ของสมาคมไม่ว่าจะเป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือการประชุมใหญ่วิสามัญก็ดี จะต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงถือว่าเป็นองค์ประชุม

ข้อ 25. กรณีที่การประชุมใหญ่ครั้งแรกสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม การประชุมใหญ่ที่ได้เรียกนัดประชุม วัน และเวลาใด หากล่วงพ้นกำหนดเวลานัดไปแล้ว 2 ชั่วโมง ยังมีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ถ้าการประชุมใหญ่คราวนั้นได้เรียกเพราะสมาชิกร้องขอ ให้เลิกการประชุม ถ้ามิใช่เพราะสมาชิกร้องขอให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไป และให้ทำการบอกกล่าวนัดประชุม วัน เวลา และสถานที่ประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายใน 15 วัน นับแต่วันประชุมใหญ่คราวแรก ในการประชุมใหญ่คราวหลังนี้ จะมีสมาชิกมามากน้อยเพียงใดก็ให้ถือเป็นองค์ประชุม

ข้อ 26. วาระการประชุมใหญ่ในครั้งที่เลื่อนไป ที่ประชุมใหญ่อาจจะมีมติให้เลื่อนการประชุมไปวัน เวลาอื่นก็ได้ แต่ในการประชุมคราวที่เลื่อนมานั้น มิให้ปรึกษากิจการใดนอกจากกิจการที่ค้างจากการประชุมคราวก่อน

ข้อ 27. ประธานในที่ประชุมใหญ่ ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสมาคมปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกสมาชิกสามัญคนหนึ่งคนใดที่ร่วมประชุมเป็นประธานในที่ประชุม เฉพาะการประชุมใหญ่คราวนั้น

ข้อ 28. มติของที่ประชุมใหญ่ นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ 29. วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และสมาชิกรายหนึ่งมีคะแนน 1 เสียง สำหรับสมาชิกสามัญมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนได้โดยใช้ผู้แทนสมาชิกละ 1 เสียง ทั้งนี้ไม่ว่าสมาชิกสามัญจะมีผู้แทนจำนวนเท่าใดก็ตาม

การออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ให้ถือปฏิบัติเป็น 2 กรณีคือ
1.โดยวิธีเปิดเผย ให้ใช้วิธีชูมือ
2.โดยลงคะแนนลับ แต่จะกระทำได้ต่อเมื่อมีสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 2 รายร้องขอการลงคะแนนลับเช่นนั้น จะกระทำโดยวิธีให้ประธานในที่ประชุมนั้นเป็นผู้สั่ง

ข้อ 30. กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่สามัญ กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่สามัญมีดังนี้
1. รับรองรายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่แล้ว
2. พิจารณารายงานกิจการประจำปี แสดงผลการดำเนินงานของสมาคมในรอบปีที่ผ่านมา
3. พิจารณาอนุมัติงบดุล
4. เลือกตั้งคณะกรรมการสมาคม (ในปีที่ครบวาระ)
5. แต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมาย ผู้สอบบัญชีประจำปี และกำหนดค่าตอบแทน
6. เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

หมวดที่ 7
การเงินและการบัญชีของสมาคม

ข้อ 31. การจัดทำงบดุล ให้คณะกรรมการสมาคมจะดทำงบดุลปีละครั้ง ให้เสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีแล้วส่งให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมใหญ่สามัญประจำปี

ข้อ 32. ปีการบัญชี ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันสิ้นปีการบัญชีของสมาคม

ข้อ 33. อำนาจของผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีของสมาคม มีอำนาจเข้าตรวจสอบบัญชีและบรรดาเอกสารเกี่ยวกับการเงินของสมาคม และมีสิทธิสอบถามกรรมการตลอดจนเจ้าหน้าที่ของสมาคมทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีและเอกสารเหล่านั้น

ข้อ 34. อายุของผู้สอบบัญชี ให้ที่ประชุมเลือกตั้งผู้สอบบัญชี และให้ผู้สอบบัญชีอยู่ในตำแหน่งคราวละ 1 ปี แต่ที่ประชุมใหญ่อาจเลือกตั้งให้เป็นผู้สอบบัญชีต่อไปก็ได้

หมวดที่ 8
เบ็ดเตล็ด

ข้อ 35. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือตัดทอนข้อบังคับสมาคม ข้อบังคับนี้จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือตัดทอนหรือเพิ่มเติมได้ก็ต่อเมื่อเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญที่เข้าประชุม

ข้อ 36. การย้ายที่ตั้งสำนักงานสมาคม ถ้าสมาคมจะต้องย้ายที่ตั้งสำนักงานของสมาคมซึ่งได้ตั้งอยู่ไป จะต้องแจ้งให้สมาชิกทุกคนทราบ และจะต้องแจ้งให้สำนักงานทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานครได้ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ย้ายที่ตั้งนั้น

ข้อ 37. การเลิกสมาคมการค้า ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ.2509 สมาคมนี้จะเลิกด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้
1. เมื่อทีประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด
2. เมื่อล้มละลาย
3. เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้เลิกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ.2509

ข้อ 38. การชำระบัญชี เมื่อสมาคมนี้ต้องเลิกไปตามข้อ 37 การชำระบัญชีของสมาคมให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ.2509 มาตรา 39 และบรรดาทรัพย์สินที่เหลืออยู่หลังจากการชำระบัญชีแล้วให้โอนไปยังนิติบุคคลในประเทศไทยที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะแห่งหนึ่งหรือหลายแห่งตามมติของที่ประชุม

หมายเหตุ ฉบับแก้ไขตามคำขอแก้ไขข้อบังคับ ข้อ 4 (1),(2),ข้อ 5(1),ข้อ 14,ข้อ 17 ตามมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2541 และยื่นต่อสำนักงานทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับอนุมัติแล้วโดยหนังสือของสำนักงานทะเบียนสมาคมการค้า ที่ พณ 0410/1027 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2541